เมื่อพูดถึงนโยบายสาธารณะของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ภายใต้การปกครองที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและระเบียบวินัยเหล็กกล้า หลายคนอาจรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดการซื้อขายหวยถึงกลายเป็นกิจกรรมที่รัฐบาลให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ ความย้อนแย้งนี้แท้จริงแล้วคือกลยุทธ์ที่ผ่านการคำนวณมาอย่างแม่นยำ เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของรัฐบาลเอง
การระดมทุนเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
ปัจจัยหลักที่ทำให้รัฐบาลเวียดนามส่งเสริมหวยรัฐบาลคือเรื่องของ งบประมาณ ในทางการคลัง หวยถูกมองว่าเป็น "ภาษีสมัครใจ" ที่ประชาชนยินดีจ่าย โดยที่รัฐไม่ต้องบังคับ งบประมาณที่จัดเก็บได้ จากการจำหน่ายสลากจะถูกส่งตรงไปยังหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อใช้ในโครงการสาธารณะ ดังนี้:
- การปรับปรุงโรงเรียนและสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล
- การยกระดับระบบสาธารณสุขและศูนย์การแพทย์
- การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำประปา
นอกจากนี้ รัฐบาลยังใช้คำขวัญ "Ích nước lợi nhà" (เป็นประโยชน์ต่อชาติและครอบครัว) เพื่อเปลี่ยนมุมมองของประชาชนจากการพนันให้กลายเป็นการร่วมสร้างชาติ ซึ่งเป็นจิตวิทยาที่ได้ผลอย่างยิ่งในประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้
การจัดระเบียบตลาดมืดด้วยวิธีปฏิบัตินิยม
อีกหนึ่งเหตุผลคือปัญหาของหวยใต้ดินหรือ "Số Đề" จิตวิทยาการเสี่ยงโชค ซึ่งเป็นธุรกิจผิดกฎหมายที่ฝังรากลึกและเชื่อมโยงกับอาชญากรรม รัฐบาลเวียดนามตระหนักดีว่าการปราบปรามด้วยกำลังอาจไม่ได้ผลยั่งยืน จึงเลือกใช้วิธี "ครองตลาดเสียเอง" โดยการออกผลิตภัณฑ์หวยที่หลากหลายและโปร่งใสมากกว่า
การมีตัวเลือกที่ถูกต้องตามกฎหมายและรางวัลจูงใจ ประชาชนจะค่อยๆ ย้ายพฤติกรรมการเล่นจากตลาดมืดมาสู่ระบบของรัฐ ช่วยให้รัฐบาลสามารถควบคุมทิศทางของเงินได้ทั้งหมด และยังเป็นการตัดวงจรของมาเฟียที่คุมหวยใต้ดินไปในตัว นี่คือการบริหารจัดการความมั่นคงในรูปแบบเศรษฐกิจการเมืองที่ชาญฉลาด
นวัตกรรมสลากสู่ยุคทันสมัย
ในปัจจุบัน เราเห็นการขยายตัวของหวยรูปแบบใหม่ๆ เช่น Vietlott ซึ่งเป็นหวยระบบคอมพิวเตอร์ที่ทัดเทียมสากล การนำเสนอหวยประเภทนี้คือการเจาะกลุ่มเป้าหมายไปยังวัยทำงานในเมืองที่ต้องการความโปร่งใสและรางวัลแจ็กพอตขนาดใหญ่
ในท้ายที่สุด การที่เวียดนามมีหวยหลายประเภทไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอของรัฐบาล แต่คือการยอมรับความเป็นจริงที่ว่ามนุษย์ยังต้องการความหวัง และรัฐบาลที่ดีควรเป็นผู้บริหารจัดการสิ่งนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม โมเดลนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการบริหารประเทศในยุคใหม่ที่อุดมการณ์และความจริงต้องเดินไปพร้อมกัน